วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ตื่นเถิดชาวพุทธ ! อย่าปล่อยให้เป็นนาลันทา 2 !!!

..พุทธสถานของเรา ควรห้ามโดยเด็ดขาดที่ไม่ใช่ชาวพุทธ เอาบ้างปล่อยไว้มานาน...


 หรือจะนอนหลับปล่อยให้เป็นนาลันทา..สอง..มันกำลังเกิดขึ้นแล้ว..ตื่นเถิดชาวพุทธ..ตื่นเถิด?เพื่อพระพุทธศาสนา..


อนุโมทนาสาธุ..
ในเมื่อประจำชาติไม่ได้ เอาประจำหมู่บ้านแบบนี้สุดยอดครับ
ผู้นำสร้างพลังชุมชนไว้แบบนี้ดีมาก และดีกว่า....ที่ไม่คิดทำอะไรเลยไม่คิดทำอะไรสักอย่าง สงสารลูกหลานครับมองให้ไกลๆ


วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559

'ทักษิณ'ลั่นหากกลับไทย จะปวารณาตัวจรรโลงศาสนา!!

ไม่ใช่ปราชญ์ เพียงไม่อาจทนเห็นหลวงปู่หลวงตาทั้งหลาย โดนใส่ร้ายป้ายสี...เกลียดแบบไร้สาระ


ถ้าจะถามว่าอดีตนายก "ทักษิณ" เป็นคนอย่างไร.. ก็ต้องดูว่าผู้พูด "ชอบ" ใส่เสื้อสีอะไร.??

เหรียญยังต้องมี "สองด้าน" เพราะฉะนั้น "คน" ก็ต้องมีสอง "บุคลิก" ฉันใดก็ฉันเพล..

ตราบใดที่ยังไม่หมด "กิเลส" มันก็ต้อง "มี" กันมั่งหละโยม.!!


เทวดายังมีการ "ตกสวรรค์" เมื่อเกิดความ "โกรธ" หรือยาม "เพลิดเพลิน" จนลืม.. เหวย!!

แล้วนับประสาอะไรกับพวก "มนุษย์" ที่ยังต้องกิน ต้องนอน..

จะ "บิน" ไปหารับประทานไข่ปลา "คาร์เวีย" มั่งไม่ได้.!!

สถานการณ์ของ "พระพุทธศาสนา" ณ.ปัจจุบัน ต้องถือว่าอยู่ในขั้น.. วิกฤต.!!!

มีการปล่อยให้ "นักเลงโต" เที่ยวออกมาประท้วง "จาบจ้วง" พระผู้ใหญ่.. 

เดินสาย "ฟ้องร้อง" ไปตาม "โรงพัก" เสมือนหนึ่งรับกิจนิมนต์ฉันเพล..

วันร้ายคืนร้าย.. ก็เที่ยวออกมา "วิพากษ์วิจารณ์" การบ้านการเมือง

หน่วยงานรัฐก็คอย "จองเวร" กับพระกับเจ้าซะเหลือเกิน.. ทั้งๆที่ "หลักฐาน" ก็หาไม่ได้..  แต่ยัง "ออกข่าว" มาว่า "เยอะ" จนต้องใช้เวลาพิจารณา..

ก็ว่ากันไป.. แต่ถ้าจะให้ "ดี" ช่วยไปคลี่คลาย "คดี" ของ "ธวัชชัย อนุกูล" ให้มัน "กระจ่าง" แบบใสใสที..

แล้วค่อยไป "จองกฐิน" กับวัดใหญ่แถวปทุมก็ยังไม่สาย.!!!


นอกจากนั้นยังมี "ภัยมืด" ที่คุกคาม "เงียบๆ" แต่ "ซึมลึก" ลงไปถึง.. รากแก้ว.!

ขยายจาก "แดนใต้" กระจายไปทั่วทุกภูมิภาคแล้ว.!!!

แต่ "ชาวพุทธ" ที่ยังไม่ทราบ เพราะเขาทำกันเป็น "กระบวนการ" ตั้งแต่ระดับจังหวัด.. อำเภอ.. ตำบล.. ไปจนถึงผู้ใหญ่บ้าน

มีงบจาก "รัฐ" คอยสนับสนุนในการ "สร้าง" สถานที่ปฏิบัติกิจทางศาสนา.. รวมถึงการ "จ่าย" ให้ในช่วงเดินทางไปแสวงบุญ


ในขณะที่ฝ่ายหนึ่ง "โตวันโตคืน" เพราะได้น้ำเลี้ยงดี บวกกับมี "ผู้ใหญ่" คอยช่วยเหลือสนับสนุน

สารพัด "โปรโมชั่น" จะจัดให้แบบ.. ลด.. แลก.. แจก.. แถม

หันมามองพุทธแล้วก็ให้ "อนาถใจ" แค่กฎหมายจะขอไปกราบไหว้ "สังเวชนียสถาน" ของพระพุทธเจ้ายังถูกตีตก..

งบ "สนับสนุน" เกี่ยวกับการเรียนการสอน "ศีลธรรม" ก็ถูกตัดจนหมด.. ราวกับต้องการให้ "เด็กๆ" ค่อยๆ "ย้ายค่าย" ก็มิปาน..

เด็กข้างวัด..
ไม่ใช่ปราชญ์ เพียงไม่อาจทนเห็นหลวงปู่หลวงตาทั้งหลาย โดนใส่ร้ายป้ายสี...เกลียดแบบไร้สาระ

ระทึก ไฟไหม้ตลาดบางหลวง มูลนิธิธรรมกาย เร่งช่วยผู้ประสบภัย !!!

เมื่อวันพฤ.ที่ 6 ต.ค 59 คณะสงฆ์ศูนย์อบรมเยาวชนนครปฐม เป็นตัวแทนหมู่คณะ ไปมอบของช่วยผู้ประสบอัคคีภัย ที่ตลาดร้อยปีบางหลวง อ.บางเลน !!!




 และวันนี้ 7 ต.ค. 2559 ได้ประสานงานจากมูลนิธิธรรมกายเอาของไปช่วยอีก 100 ชุด !! 

 ถุงยังชีพจากมูลนิธิธรรมกายถึงมือผู้ประสบภัยชาวบางหลวง อ. บางเลน .



  โดยมีคณะพระอาจารย์ เป็นตัวแทนไปมอบให้ในนามพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) อนุโมทนาทุกส่วนงาน !!




 ระทึก ไฟไหม้ตลาดบางหลวง ชาวบ้านโกลาหล ต้องอพยพผู้ประสบอัคคีภัยกว่า 900 ชีวิต!! 




 เมื่อวันพุธที่ 5 ตุลาคม 59 เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น ที่ตลาดบางหลวง อ. บางเลน ทำให้มีบ้านเรือนประชาชนถูกเผาเสียหายไปกว่า 40 คูหา /โดยทางอำเภอบางเลนได้จัดตั้งศูนย์อพยพชั่วคราว



 ที่ศาลาประชาคม เทศบาลบางหลวง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ครอบครัวผู้ประสบภัยมาลงทะเบียน เพื่อรับความช่วยเหลือต่อไป.



เมื่อเกิดเหตุ หรือเกิดความเดือดร้อนขึ้นในชุมชน  วัดพระธรรมกายและมูลนิธิธรรมกาย ก็มิได้นิ่งนอนใจ เร่งให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ด้วยหัวใจกัลยาณมิตร เช่นนี้ตลอดมา !!!



cr. เพจพระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559

@.. สมบัติผลัดกันชม ..@

...มีเจ้าของที่ดินมากกว่า 500 ไร่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า..

... เมื่อก่อนผมมีที่ดิน 500 ไร่รวมๆ กันทุกเขตของกรุงเทพ และเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ ตอนนั้นเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ผมพกเงินในกระเป๋ากินเหล้าครั้งละแสน ทำมาค้าขายไม้ได้เงินดีจริงๆ ลูกๆ ผมส่งเรียนเมืองนอกหมด ไม่ต้องทำงาน  เรียนอย่างเดียว เมียผมชอบเล่นหุ้นๆ ก็ขึ้นเอาๆ เรามีเงินสดหลายร้อยล้าน 


... มีญาติผมคนหนึ่งเดือดร้อนมายืมเงินผม ผมด่าเขาซะไม่มีชิ้นดี  แต่ก็ให้เงินไปนะแสนนึง  แล้วบอกเขาว่าไม่ต้องมาหากูอีกนะ กูทานให้ เขารับเงินพร้อมน้ำตา ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกเขาจะรู้สึกยังไง 

... ปีต้มยำกุ้ง ผมไม่สะดุ้ง ปีน้ำท่วมน้ำพัดทุกอย่างไปจากชีวิตผมจริงๆ เมื่อผมคิดการใหญ่ตั้งโรงงานอะไหล่ที่อยุธยา ไม่ได้ทำไม้แล้ว รถผม 19 คัน บ้านอีก 5 หลัง ที่ดินทั้งหมด และเงินสดที่เคยมี แฟนผมเล่นหุ้นเจ๊งไปสี่ร้อยกว่าล้าน ลูกๆ ทำธุรกิจก็หมดตัวขาดทุนย่อยยับ ภายใน 2 ปี สิ่งที่ผมมีมันหายไป  เหลือไว้เพียงหนี้สินสองร้อยกว่าล้าน 

... ปัจจุบัน ผมคือบุคคลล้มละลาย เช่าห้องแถวอยู่  พอได้ขายก๋วยเตี๋ยวประทังชีวิต  รอความตายไปวันๆ  เมียผมก็ไม่มีกระจิตกระใจทำอะไร ลูกๆ ผมไม่เคยเห็นหน้า ตอนนี้อายุ 76 ผมต้องยกหม้อก๋วยเตี๋ยว ล้างจาน เจ็บป่วยก็ใช้ 30 บาทรักษาได้ทุกโรค ใครจะว่าคุณทักษิณยังไงผมไม่รู้ ผมรู้แต่ว่าถ้าไม่มีโครงการนี้  ผมคงนอนกินยาทัมใจแทนไปหาหมอ ทุกวันนี้ผมปลงได้แล้วนะ

  ผมมาลำบากตอนแก่ เงินค่าเช่าห้องนี้  ผมไปยืมจากคนที่ผมเคยด่าเขาแล้วให้เขาไปแสนนึง  ลูกเขาเป็นคนให้ หลานไม่ได้ด่าผม แต่เขายื่นเงินให้ผมแสนห้า  แล้วบอกผมว่า "พ่อผมบากหน้าไปยืมเงินคุณลุง เพราะตอนนั้นผมเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดสมอง พ่อนั่งให้คุณลุงด่า  แล้วโยนเงินให้เหมือนหมา พ่อบอกว่าจะตีพ่อก็ยอม  เพราะชีวิตลูกมีค่ามากกว่าคนที่จะช่วยได้

  เขาด่าตีทำร้ายหัวใจ ถ้ามีเงินให้คืนคุณลุง แสนนี้ผมคืน ห้าหมื่นคือดอกเบี้ย เราไม่มีหนี้บุญคุณกัน แต่ถ้าคุณลุงลำบาก คุณลุงมายืมกับผมๆ จะให้กู้ ผมจะไม่ด่าคุณลุง เหมือนที่คุณลุงด่าพ่อผม จริงถ้าไม่มีเงินคุณลุง ผมคงตาย แต่ถ้าพ่อผมไม่อดทนเพื่อแลกชีวิตผม ผมก็ตาย ผมทำตามที่พ่อบอกแล้ว 

... ลูกพ่อดูแลพ่อ ส่วนลูกคุณลุงผมไม่รู้ กรรมของใครของมัน" 

... ผมเดินร้องไห้มาถึงบ้าน เอาเงินจ่ายค่าเช่าห้องแถว ลงทุนมีเก็บไว้ 30,000 บาท และผมเข้าใจความรู้สึกของคำว่า กรรมนั้นตามสนอง หลานไม่ได้ด่า แต่หลานพูดความจริง เพียงแต่ผมรับความจริงไม่ได้ 

... แต่ตอนนี้ผมมีความสุขดีนะ  ขอทาน  พระ แม่ชี มากินก๋วยเตี๋ยวผม  ผมไม่คิดเงิน ตอนผมมีเยอะๆ ผมอยากเก๋เบื่อคนบอกบุญ  ผมหลอกเขาว่านับถือคริสต์  ผมไม่เคยทำบุญ ผมเที่ยว  ผมกิน  ผมมีผู้หญิง หมดตัวมีหนี้สิ้นเพื่อน ไร้ลูก ผมถึงฟังธรรมะได้ เข้าวัดเป็น  รู้จักทำทาน อีกหน่อยก็คงตายไป  ผมห่วงแค่เมียผม ผมภาวนาให้เมียผมตายก่อนผม เพราะถ้าผมตายก่อนเมียผม ผมจะตายตาไม่หลับ....

... ไม่ต้องถามว่าร้านอยู่แถวไหน เพราะจะไม่บอกครับ  เก็บเรื่องราวมาให้อ่าน คนอ่านจบได้กำไร
คนขี้เกียจอ่านก็คงพลาดโอกาส 

... กำลังใจจากคุณตาที่ให้มา 
"ไม่มีอดตาย สำหรับคนขยัน และจนลง ไม่มีการปลงตก  ถ้าไม่เคยสูงสุด  แล้วมาต่ำสุด"

...เรื่องนี้สอนข้าพเจ้าได้ลึกซึ้งเหลือเกิน!!!

ขอจงอย่าประมาทในการดำเนินชีวิตเลยนะ...

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559

คิดสักนิด ! ตั้งสติกันสักหน่อย !!!

หลายสิบปีที่ผ่านมา เราใช้เงินกันเก่งขึ้น
ทั้งรูปแบบการใช้เงิน และช่องทางการใช้เงิน


ย้อนกลับไปสัก 20 กว่าปีก่อน
เราไม่มีร้านอาหารให้กินนอกบ้านเยอะเท่านี้
ตอนนี้ร้านรวงเต็มไปหมด ทั้งในและนอกห้าง
มื้อละพันบาทเป็นเรื่องปกติของคนเงินเดือนหลักหมื่น

ย้อนกลับไปสัก 20 กว่าปีก่อน
เรายังไม่มีค่าใช้จ่ายหลายช่องทางเท่าทุกวันนี้
เรายังไม่มีค่ามือถือให้ต้องจ่าย ไม่มีค่าอินเทอร์เน็ตให้ต้องเสีย

ไม่มีค่าสมาชิกรายเดือนต่าง ๆ นานาที่ต้องจ่ายประจำ
ไม่มีค่าดูดีในสายตาคนอื่นที่เราต้องจ่ายอีกมาก
เช่น มือถือรุ่นใหม่ รถแต่งสวย ๆ เสื้อผ้า กระเป๋า เช่าคอนโดกลางเมือง

หลายสิบปีที่ผ่านมา เราใช้เงินกันเก่งขึ้น
แต่เรากลับหาเงินกันเก่งเท่าเดิม ด้วยวิธีการเดิม
มีรายได้ทางเดียว ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

ลองคิดดูสิครับ รอบ 20 กว่าปีที่ผ่าน
คนส่วนใหญ่มีวิธีหาเงินใหม่ ๆ บ้างมั้ย?
ไม่มีแน่นอน

เรายังคิดในกรอบเรื่องการหาเงิน
แต่คิดนอกกรอบเรื่องการใช้เงินไปเรียบร้อยแล้ว
จินตนาการในการใช้เงิน วิ่งไวกว่าจินตนาการในการหาเงิน

จึงแทบเป็นไปไม่ได้ที่คนยุคนี้จะมีเงินเก็บ
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องรวย แค่เงินเก็บก็ยากแล้ว
ใครมีเงินเก็บหลักแสนนี่ไม่ธรรมดานะครับ
ทั้งที่ในความจริง เงินแสนใช้ไม่กี่เดือนก็หมดแล้ว
แปลว่าคนยุคนี้ หยุดทำงานไม่ได้ หยุดแล้วจะเอาอะไรกิน?

กิจการไม่มี ที่ดินไม่มี ที่อยู่ก็เช่า
ลูกเต้าก็ไม่มี ทรัพย์สินก็ไม่มี

มีอย่างเดียวคือ "ชีวิต" แล้วเขาก็บอกว่า "ชีวิต ใช้ซะ!"
โอเค ใช้ก็ใช้ งั้นไปตายเอาดาบหน้าละกัน
เขาบอกว่า YOLO! You only Live Once
เกิดครั้งเดียว ตายครั้งเดียว ไม่มีชาติหน้าสำหรับคนยุคนี้

ในเมืองที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า
ในสังคมที่เต็มไปด้วยโปรโมชั่นล่อใจ
ถ้าคิดไม่ทัน ก็ยากจนแบบไม่รู้ตัว
พูดง่าย ๆ เราจะกลายเป็นคนที่ "ดูดี แต่ไม่มีตังค์"

ตั้งสติสักนิด คิดอีกหน่อยว่า
ถ้าไม่ตายซะก่อน เราได้แก่แน่นอน
อีก 20 ปีข้างหน้า เราใช้เงินเก่งขึ้นแน่นอน
คำถามก็คือ แล้วอีก 20 ปีข้างหน้า เราหาเงินเก่งขึ้นหรือไม่?

ไม่ต้องตอบผมหรอกครับ
ตอบตัวคุณเองได้เลย

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สิ่งที่ความตระหนัก !! อะไรคืออนาคตของชาติที่แท้จริง !!!

ชาวจีนโบราณต้องการอยู่อย่างปลอดภัย !! 
พวกเขาได้สร้างกำแพงเมืองจีนที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาโดยเชื่อว่าจะไม่มีมนุษย์หน้าไหนสามารถปีนมันได้เพราะสูงมาก !

 แต่ทว่า !!  




 ภายในร้อยปีแรก หลังการสร้างกำแพงนั้น เมืองจีนกลับถูกรุกรานถึงสามครั้ง!! 

 ในแต่ละครั้ง กองทัพบกของศัตรู ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทะลวงกำแพง หรือ ปีนมันเลยแม้แต่น้อย..!  

 แต่ทว่าในทุกครั้ง พวกเขาใช้วิธีติดสินบนยามเฝ้าประตู แล้วเข้าทางประตูนั่นแหละ.  



 แน่นอนว่าชาวจีนมัวแต่ห่วงเรื่องสร้างกำแพงจนลืมสร้างคนเฝ้ากำแพง !!  

เพราะการสร้างคน !..
ต้องมาก่อนการสร้างทุกสิ่ง และนี่คือสิ่งที่คนหนุ่มสาวของพวกเราทุกวันนี้ ต้องตระหนักให้มาก !!!

นักบูรพาคดีคนหนึ่งกล่าวไว้ว่า
ถ้าท่านต้องการทำลาย อารยธรรมของประชาชาติหนึ่ง ประชาชาติใด มีขั้นตอนอยู่สามอย่างคือ:  

1.ทำลายครอบครัว !.
2.ทำลายการศึกษา !! 
3.ล้มบุคคลต้นแบบและตัวอย่างที่ดีงามของพวกเขา.  
   

เพราะเมื่อแม่ที่ฉลาด !!
ครูที่จริงใจและต้นแบบที่ดีหายไป!!!

แล้วจะมีใครเล่าที่จะมาคอยเฝ้าเลี้ยงดูต้นกล้าคือเยาวชนผู้ที่จะเป็นอนาคตของชาติให้มีคุณธรรมต่อไป??

ถึงเวลาหรือยัง ? ที่เราจะต้องหันกลับมาให้ความสำคัญกับสถาบันที่ใกล้ตัวที่เล็กที่สุด แต่สำคัญที่สุด ที่หลายๆคนมักมองข้ามไป.. 

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2559

ปฏิบัติต่อคนอื่นนุ่มนวลหน่อย ♡♡♡♡♡

เด็กชายคนหนึ่ง เลี้ยงเต่าไว้ตัวหนึ่ง  

       วันนี้ เขาคิดค้นทุกวิธีที่จะให้เต่าตัวนี้ ยื่นหัวออกมา แต่ไม่ว่าจะกระทำด้วยวิธีใด ก็ไม่สามารถกระทำสำเร็จ เขาลองเอาไม้มาเคาะ ใช้มือตบ...แต่ไม่ว่าจะเคาะและตบอย่างไร เต่าก็ไม่ขยับเขยื้อน ทำให้เขาอารมณ์เสียอย่างยิ่ง

       ภายหลัง..คุณปู่ของเขามาพบเห็น ยิ้มๆ แล้วช่วยเขานำเต่าไปวางใกล้เตาผิง ซึ่งมีความอุ่นอยู่เพียงครู่เดียว เพราะอุณหภูมิที่ค่อยๆเพิ่มขึ้น เต่าตัวนี้จึงค่อยๆยื่นหัว ยื่นขาและหางออกมาจากกระดอง เด็กชายยิ้มแย้มด้วยความร่าเริงเบิกบานใจ



       ท้ายสุด..คุณปู่บอกเด็กชายว่า " ยามที่เธอต้องการให้ผู้อื่น กระทำและเปลี่ยนแปลงตามความต้องการของเธอ อย่าใช้วิธีการโจมตีหรือจู่โจมเข้าใส่ แต่ให้การดูแลที่อบอุ่นแก่เขา วิธีการนี้กลับจะได้ผลที่ดีกว่า "

       ไม่ใช่หรอกหรือ ?  เหมือนดั่งเรื่องราวนี้ ที่เด็กผู้ชายปฏิบัติต่อเต่า บ่อยครั้งที่พวกเรามุ่งหวังให้ผู้อื่นรับฟังความคิดเห็นของเรา หรืออยากให้ผู้อื่นกระทำตามความต้องการ หรือเปลี่ยนแปลงตามที่เราต้องการ พวกเรามักจะใช้วิธีการ อีกทั้งคำพูดที่ค่อนข้างรุนแรง

       อย่างไรก็ตาม หากเรานำคำพูดของคุณปู่ในเรื่องนี้มาพิจารณา ยามที่เราต้องการให้ผู้อื่นกระทำตาม และเปลี่ยนแปลงตามความต้องการของเรา อย่าใช้วิธีการโจมตีหรือจู่โจม หรือวิจารณ์ แต่ให้การดูแลที่อบอุ่น วิธีการนี้กลับจะได้ผลที่ดีกว่า

* ปฏิบัติต่อผู้อื่นนุ่มนวลหน่อย *

       ปฏิบัติต่อผู้อื่น อ่อนน้อมนุ่มนวลอีกหน่อย ให้รอยยิ้มและความอบอุ่นแก่ผู้อื่น ในเวลาอันควร ไม่เพียงทำให้ข้อเสนอของเราได้รับการยอมรับ กลับทำให้คำพูดและความคิดเห็นของเราซึมซับเข้าไปในหัวใจของผู้อื่นง่ายดายยิ่งขึ้น

       ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยอารมณ์โกรธ เป็นการกระทำของผู้โง่เขลา ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความอ่อนน้อมนุ่มนวลอีกนิด กลับจะได้ผลที่ดีกว่าอย่างคาดไม่ถึง




《 จะมอบสิ่งของให้ผู้อื่น ผู้อื่นไม่รับ ตัวเราเองต้องเอากลับคืนมา
      คำพูดที่ด่าว่าผู้อื่น ผู้อื่นไม่รับ ก็เป็นตัวเราเองที่ต้องเอากลับคืนมา 》


Cr : Niwat Ringvicha